ช่วงเวลา(พ.ศ.) |
เหตุการณ์สำคัญ |
2499 |
เริ่มมีการขุดบ่อแร่คลิตี้ขนผ่านเขากะลาลงเรือที่แม่น้ำแควใหญ่
ขึ้นท่าที่ลาดหญ้าเพื่อนำไปโรงแต่งแร่ราชบุรี |
2507 |
กรมป่าไม้ประกาศพื้นที่หมู่บ้านเป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาพระฤาษี
และป่าเขาบ่อแร่แปลงที่ 1 การทำมาหากินชาวบ้านยังปกติ |
2510 |
ตั้งโรงแต่งแร่คลิตี้ |
2518 |
ปลาตายทั้งลำห้วยคลิตี้
ชาวบ้านเริ่มมีปากเสียงกับเจ้าของเหมือง |
2521 |
ตั้งโรงแต่งแร่คลิตี้
ชั้นที่ 2 |
2524 |
ประกาศเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์แต่หมู่บ้านอยู่นอกพื้นที่
การดำเนินชีวิตของชุมชนยังปกติ |
2525 |
บริษัทนันทมานพได้รับสัมปทานตัดไม้บริเวณหมู่บ้าน
การดำเนินชีวิตของชุมชนยังปกติ |
2526 |
ปลาในห้วยคลิตี้ตายทั้งห้วย
ชาวบ้านเริ่มมีปากเสียงกับเจ้าของเหมือง |
2527 |
ป่าไม้จังหวัดตั้งหน่วยป้องกันรักษาป่าที่
8 บริเวณบ้านคลิตี้บน หมู่บ้านคลิตี้ล่างมีศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา
ชาวบ้านเริ่มมีการร้องเรียน เรื่องน้ำในห้วย แต่ไม่มีการตอบรับจากหน่วยงานของรัฐ |
2528 |
บริเวณน้ำตกคลิตี้ล่างถูกกลุ่มนายทุนที่เข้ามาอยู่ในหมู่บ้านคลิตี้บนแผ้วถางจับจอง
แต่ผู้นำหมู่บ้านแจ้งนายอำเภอศรีสวัสดิ์ มีการดำเนินการผลักดันให้ออก
ปัจจุบันสภาพป่าได้ฟื้นคืน |
2531 |
มีกลุ่มนายทุนจ้างคนอีสาน
ใช้เลื่อยเครื่องเป็นเครื่องมือแผ้วถางป่าดิบบริเวณก้องหล้า
เนื้อที่ 4 แปลงประมาณ 500 ไร่ ชาวบ้านคลิตี้ล่างได้ร่วมกันผลักดันกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ให้ออกจากพื้นที่ |
2532 |
รัฐบาลชาติชายประกาศปิดป่าทั่วประเทศ
บริษัทนันทมานพออกจากหมู่บ้าน ต้นไม้คงเหลือแต่เพียงต้นตะเคียนทองริมห้วย
ต้นประดู่ข้างวัดที่ชาวบ้านขอไว้ประมาณ 10 ต้น และมีการถางที่หลังโรงแต่งแร่คลิตี้บนเป็นพันไร่
โดยมีป้ายเขียนบอกว่าป่าไม้อนุญาต ปัจจุบันเป็นสวนยางและสวนส้มโอ |
2534 |
ตั้งศูนย์สงเคราะห์หมู่บ้านให้เงินกู้ไม่มีดอกเบี้ยเพื่อรักษาพยาบาล |
2537 |
เป็ดที่เลี้ยงไว้ในลำห้วยตายหมด
วัวควายตายรวม 65 ตัว ชาวรับขายวัวควายก่อนตายฟรี ผู้จัดการโรงแต่งแร่ใช้เวลาเกลี้ยกล่อมชาวบ้าน
3 วันให้เซ็นต์หนังสือว่าเหมืองไม่ได้ปล่อยน้ำเสีย แต่ไม่เป็นผลวันสุดท้ายใช้เหล้ามอมชาวบ้านจนเมาและได้ลายเซ็นต์ของชาวบ้านที่เมาไป
9 คน ส่งผลให้เหมืองได้ดำเนินการต่อ |
2538 |
อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์
ตั้งหน่วยพิทักษ์อุทยานศร.8 โดยพนักงานพิทักษ์ป่านายจุฑาวุฒิ
เมฆเงินและนายไพบูลย์ เศวตศิลานนท์หัวหน้าอุทยานทับไร่ซากชาวบ้านและไล่ให้ชาวบ้านถอยห่างออกไปจากหน่วย
2 กิโลเมตร ทั้งที่หน่วยตั้งอยู่นอกเขตอุทยานฯ มีการจับกุมดำเนินคดีชาวบ้าน
1 ราย เสียค่าปรับหมื่นกว่าบาท |
19 เม.ย. 2541 |
ชาวบ้านคลิตี้ล่างเขียนจดหมายร้องทุกข์ถึงอธิบดีกรมควบคุมมลพิษเกี่ยวกับปัญหาน้ำในลำห้วยคลิตี้
|
22 เม.ย. 2541 |
เหมืองแต่งแร่ถูกระงับชั่วคราวและถูกปรับ
2,000 บาท มีประกาศงดใช้และกินสัตว์น้ำในลำห้วย |
ม.ค 2542 |
ที่ประชุมส่วนราชการมีมติให้บริษัทที่ดำเนินการแต่งแร่เร่งรัดจัดทำแผนฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้
|
พ.ค. 2542 |
ที่ประชุมส่วนราชการให้เหมืองดำเนินการขุดลอกคลองตามแผนฟื้นฟู
ชาวบ้านเริ่มมีปัญหาพื้นที่ทำกิน หน่วยกจ.8และหน่วยพิทักษ์ศร.8
เริ่มจับชาวบ้านที่ถางไร่ซากหนักขึ้น ชุมชนอยู่ในความหวาดผวาไม่กล้าออกไปทำกินในพื้นที่ของตัวเอง
|
2543 |
กลุ่มอนุรักษ์กาญจน์แพร่ข่าวการตัดไม้ของเจ้าหน้าที่ป่าไม้กจ.8มีนายเสนอ
ลอยความสุข และนายมานะไม่ทราบนามสกุลเป็นผู้ช่วยหน่วย มีหน่วยงานของรัฐทั้งป่าไม้เขต
ป่าไม้จับหวัด ตำรวจตะเวนชายแดน ตำรวจภูธรเข้ามาตรวจสอบพื้นที่
และเชิญตัวนายกำธร สุวรรณมาลาไปให้ปากคำที่สภอ.ทองผาภูมิ
แต่สำนวนคดีได้ถูกร่างเสร็จโดยกจ.8ตั้งแต่ยังไม่มีการสอบปากคำ
และยัดเยียดให้นายกำธรเป็นผู้ต้องหาคดีตัดไม้ 280 ท่อน แต่นายกำธรไม่ยอมรับจึงถูกยัดข้อหาแผ้วถางพื้นที่
2 ไร่บริเวณบ้านตัวเอง หลังจากนั้นชาวบ้านถูกข่มขู่จากกจ.8
เช่น ขู่ว่าจะจับและรบกวนชาวบ้านไม่ให้ทำกิน ให้อดข้าวตาย
เอาปืนจี้หัวชาวบ้านชื่อป้าผ่อง โดยผู้ช่วยมานะ ยึดถังฉีดยาทั้งที่ก่อนหน้านี้นายเสนอประชุมชาวบ้านและบอกชาวบ้านว่าถ้าสู้หญ้าคาไม่ไหวก็ให้ใช้ยาฆ่าหญ้าได้
นายเสนอพยายามเจรจากับผู้นำหมู่บ้านเพื่อให้เซ็นต์สำนวนรับ
)หลังจากมีการเซ็นต์หนังสือฉบับนี้กจ.8ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับหมู่บ้านอีก
นายเสนอ ลอยความสุข ถูกย้ายไปอยู่กจ.4
บ้านนายสิทธิชัย
นาสวนนิวัติถูกรื้อโดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้เป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกงัดเอาพื้นบ้านและไม้กระดานไปหมด
แต่ครั้งที่ 2 ชาวบ้านร่วมกันล้อมและเอาไม้ลงจากรถ
|
3 ต.ค. 2543 ปัจจุบันคนในชุมชนเสียชีวิตจากสารตะกั่ว 30 กว่าคน |
ใบอนุญาตขอแต่งแร่เลขที่
2/2537 ของโรงแต่งแร่คลิตี้หมดอายุ
กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนและสมาชิกวุฒิสภาร่วมเรียกร้องให้เหมืองรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากผลกระทบของสารตะกั่วที่มาจากเหมืองแต่งแร่คลิตี้
ชาวบ้านคลิตี้ ได้เงิน 1,000,000 บาท เป็นกองทุนรักษาพยาบาล
|
ปัจจุบัน |
ชาวบ้านไม่สามารถใช้น้ำและกินสัตว์น้ำในลำห้วยได้
วันที่
2 ตุลาคม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติลงพื้นที่ บ้านคลิตี้ล่าง
และได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีให้ยกเลิกการทำเหมือง
วันที่
9 ตุลาคม รัฐมนตรี 4 กระทรวงได้แก่ กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงอุตฯ
กระทรวงวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม และ กระทรวงสาธารณสุข
นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์รี ยืนยันจะไม่มีการเปิดเหมืองต่อ
แต่กลุ่ม อ.บ.ต. ชะแลสนับสนุนให้มีการทำเหมืองต่อ |