ข้อมูลพื้นฐานหมู่บ้านคลิตี้ล่าง |
|
โดยการโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย
จำกัด (มหาชน) สาขามหานาค
ชื่อบัญชี
กองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพิษสารตะกั่ว
ชาวบ้านคลิตี้
เลขบัญชี 156-1-07576-0
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- กรรมการหมู่บ้านคลิตี้ล่าง ต.ชะแล
อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี หรือ -
นายสุรพงษ์ กองจันทึก
137/55 ซ.จามจุรี 3 รามอินทรา 39 บางเขน กทม. 10220
โทรศัพท์
01-642-4006
e-mail : klitycreek@yahoo.com |
|
|
 |
|
 |
|
วัฒนธรรมชุมชน
การบอกเวลา
ทุกวันเวลา 18.00 น.พระที่วัดจะตีเกราะ สามชุด
และตีเพิ่มอีก 3 ครั้ง เพื่อบอกคนที่อยู่ไร่นาว่าได้เวลากลับบ้านแล้ว
ถ้ามีเหตุฉุกเฉินในหมู่บ้านชาวบ้านก็จะตีเช่นกัน
เพื่อแจ้งให้สมาชิกในหมู่บ้านมารวมตัวกัน
วันหยุด
ชาวคลิตี้ล่างมีวันหยุดปกติคือ ทุกวันพระ เด็ก คนแก่
หนุ่มสาว ในช่วงเช้า จะนำข้าวปลาอาหารไปตักบาตรที่วัด ฟังธรรม และประชุมหารือกัน
การทำกิน
เป็นเกษตรแบบไร่หมุนเวียน โดยทำการปลูกข้าวไร่และพืชผัก
1-2 ปี แล้วปล่อยให้ธรรมชาติฟื้นตัว
ด้วยการเปลี่ยนไปใช้พื้นที่ไร่ซากเก่า ซึ่งเคยทำไร่มาแล้วเมื่อ 4-10
ปีก่อน ต่อมาถูกจำกัดพื้นที่ทำกินโดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้
ทำให้หนึ่งครอบครัวจะเหลือพื้นที่ทำกินเแลี่ยเพียง 3-5 แปลง
อาชีพรองของชุมชน เป็นการเลี้ยงสัตว์ หลังจากเหมืองแร่ปล่อยสารตะกั่ว
ทำให้เป็ด วัว ควายล้มตาย ชาวบ้านจึงรีบขายทิ้งหมด ปัจจุบันยังมีวัว
ควายน้อยมากในหมู่บ้าน บุหรี่ ในชุมชนจะปลูกและหั่นตากไว้สูบเองทุกบ้าน
ส่วนใหญ่จะใช้ใบกระโดนแห้งม้วนรสชาติจะดีกว่าใบตองและกระดาษ
การสีข้าว
ในหมู่บ้านยังมีการใช้ครกกระเดื่องในการตำข้าว
ปัจจุบันมีโรงสีข้าวที่บ้านคลิตี้บนซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 12 กิโลเมตร
แต่หลายบ้านสามารถตำข้าวไว้กินเอง
การทอผ้า
ในอดีตชาวบ้านจะปลูกฝ้าย ปั่นด้ายเพื่อทอผ้าใส่เอง
หลังจากมีพ่อค้านำด้ายสำเร็จรูปมาขาย ทำให้การปลูกฝ้ายหายไป ชาวบ้านหันมาซื้อด้ายสำเร็จรูปแทน
การทอผ้ายังคงเหลืออยู่ในเฉพาะกลุ่มคนแก่ อนึ่งการทอผ้ากระเหรี่ยงเป็นการทอที่ช้ามาก
เนื่องจากอุปกรณ์ดั้งเดิมที่ใช้มีขนาดเล็กและสั้น ทำให้ใช้เวลาในการทอมาก ผ้าถุงหนึ่งผืนต้องใช้ผ้าต่อกันถึง 3 ส่วน
ชุดผู้ชายหนึ่งชุดใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 15 วัน ย่าม 1 ใบ ใช้เวลาทอไม่ต่ำกว่า 10 วัน
ด้วยความลำบากในการทำทำให้ชุดกระเหรี่ยงมีราคาแพงมาก
จะซื้อขายกันเองในชุมชน และจะใส่ในวันสำคัญ ๆ ในหมู่บ้านเท่านั้น
การแต่งกาย
- ผู้หญิงสาวที่ยังไม่แต่งงานใส่ชุดคลุมยาวสีขาวถักไหล่ด้วยด้ายสีฉูดฉาด
แนวสีแดงและสีชมพู
- ผู้หญิงแต่งงานแล้ว ใส่ผ้าซิ่นลายพื้นสีแดงกับเสื้อลายพื้นแดง
ถึงแม้จะเลิกกับสามีแล้วก็ไม่สามารถใส่ชุดเหมือนสาวโสดได้
- ผู้ชายมีชุดแบบเดียวคือ สีขาวยาวถักลายทั้งตัวสีแดง ลวดลายมีมาก
ทำยากมากกว่าของผู้หญิง
- ย่ามแดง
จะมีสีสรรฉูดฉาดลวดลายสวยงามนานาสีมีไว้ใส่เครื่องลางของขลัง
และของใช้ส่วนตัวยามออกจากบ้าน ทำยากมาก 1 ใบ ใช้เวลาประมาณ 10 วัน
- ย่ามขาว
น้ำเงินแดงหรือสีอื่น ๆ ไม่มีถักลวดลายเหมือนย่ามแดง มีไว้ใส่ห่อหมาก ห่อยา และของใช้ทั่วไป ยามออกจากบ้าน
การปลูกบ้าน
ชาวกระเหรี่ยงบ้านคลิตี้ล่างเป็นกระเหรี่ยงโป
ไม่นิยมปลูกบ้านชิดกันเหมือนกระเหรี่ยงสะกอทางเหนือ
แต่ละครัวเรือนเมื่อลูกชายแต่งงานจะต้องไปอยู่บ้านฝ่ายหญิงสักระยะหนึ่งราว
1-3 ปี แล้วจึงสามารถแยกออกไปสร้างบ้านอยู่ใหม่
เพื่อที่จะไหว้ผีที่บ้านของตัวเอง
ลูกสาวคนสุดท้องเท่านั้นที่จะได้อยู่และทำกินในพื้นที่ของพ่อแม่โดยไม่ต้องแยกไปปลูกบ้านใหม่เมื่อแต่งงานแล้ว
ความเชื่อดั้งเดิมคนกระเหรี่ยงจะไม่ใช้ไม้จริงในการสร้างบ้านเพราะถือว่าฆ่าบรรพบุรุษของตัวเองมาสร้างที่อยู่
เนื่องจากคนกระเหรี่ยงแต่เดิมถือผี โดยยึดต้นไม้ใหญ่เป็นผีประจำตระกูล
ดังนั้นจึงปลูกบ้านโดยใช้ไม้ไผ่และใบหวายเท่านั้น ซึ่ง2-3
ปีจะต้องซ่อมแซมใหม่ ปัจจุบันมีการปลูกบ้านด้วยไม้จริงเพิ่มขึ้น
เนื่องจากต้องการบ้านที่แข็งแรงถาวร
เพราะไม่มีการอพยพย้ายที่ทำกินอีกแล้ว
การละเล่น
ยังมีผู้ที่สามารถรำตงได้แต่ปัจจุบันไม่มีคนรุ่นหลังสืบทอด
มีการเล่นสะบ้าและลูกช่วงตามงานเทศกาล เช่น ช่วงสงกรานต์
ร้องเพลงในชุมชนยังมีคนสามารถเล่นได้ 3 คน
|
|