ปาฐกถา ของ น.พ.ประเวศ วะสี
เรื่อง "นโยบายและแนวทางแก้ไขปัญหาพิษสารตะกั่วต่อสุขภาพและสภาพแวดล้อมบริเวณแม่น้ำแม่กลองตอนบน"
โดย คณะทำงานเครือข่ายแก้ไขปัญหาพิษสารตะกั่วต่อสุขภาพและสภาพแวดล้อมบริเวณแม่น้ำแม่กลองตอนบน
วันที่ 23 กันยายน 2543 ณ หอสมุดเก่า สถาบันราชภัฎกาญจนบุรี
ท่านอธิการบดี ประชาคม ผู้สนใจในความทุกข์ยากของประชาชนที่มาประชุมกันในวันนี้
ซึ่งประกอบด้วยฝ่ายต่าง ๆ อันมี ผู้ได้รับพิษภัยจากตะกั่ว
เอ็นจีโอ นักวิชาการ สื่อมวลชน ท่านสาธุชน ผมจะขอท้าวความหลัง
เรื่องนี้ และก็นำเสนอว่าจะเอาอย่างไร ทุก ๆ ระดับ
ประการแรกนั้น อยากจะนับว่าเป็นเวลาอย่างยิ่ง
เพื่อให้เห็นความร้ายแรงของสิ่งที่เกิดขึ้น โลกเรากับดวงอาทิตย์
มีอายุประมาณ 4,500 ล้านปี เป็นจักรวาลมีอายุประมาณ 15,000
ล้านปี โลกกับดวงอาทิตย์เกิดที่หลังจักรวาล จึงมีอายุประมาณ
4,500 ล้านปี เมื่อมีโลกเกิดขึ้นยังไม่มีสิ่งมีชีวิตก็มีวิวัฒนาการของสัตว์ต่าง
ๆ เดิมไม่มีออกซิเจน ไม่มีน้ำ ไม่มีอะไร ต่อมาก็มีเกิดขึ้น
แล้วก็มีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้น เมื่อ 3,500 ล้านปี เริ่มมีสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้
และก็มีวิวัฒนาการมาเป็นลำดับ ใน 3,500 ล้านปี เกิดต้นไม้
เกิดสัตว์ เกิดอะไรปกคลุมผิวโลก อยู่อย่างนั้นมาเป็นพันล้านปี
แล้วมนุษย์ในครั้งโบราณที่เกิดมาหลังธรรมชาติ ก็จะเกิดความรู้สึกเคารพธรรมชาติ
เพราะธรรมชาตินั้นมุคุณ ก็จะเกิดมิติที่เรียกว่าทางจิตวิญญาณ
หรือจิตที่มีมิติของความเคารพ แต่เฉพาะคนกะเหรี่ยงผมทราบ
กะเหรี่ยงเป็นผู้เคารพธรรมชาติ อยู่ที่ไหนก็จะรักษาป่าที่นั่นมากกว่าที่อื่น
ๆ เคยมีการถ่ายภาพทางอากาศ แล้วเจอวัดกันเป็นกลุ่ม คนกะเหรี่ยงอยู่ที่ไหนป่าจะหนาแน่นมากกว่าที่อื่น
ๆ เพราะว่าคนพื้นเมืองเดิม ทุกชาติ ทุกเผ่าจะมีความเคารพธรรมชาติ
ก็จะเกิดความรู้สึกว่าแผ่นดินมีคุณ เรียกว่าพระแม่ธรณี ภาษาอังกฤษที่เป็นของสากล
เรียก "MOTHER EARTH" พระแม่แผ่นดิน แผ่นดินมีคุณ
แม่น้ำก็มีคุณคนถึงเรียกว่าพระแม่คงคา ต้นไม้มีความศักดิ์สิทธิ์
มีเทวดาอยู่ในนั้น เรียกว่ารุกขเทวดา เหล่านี้ยังเป็นความสัมพันธ์กันด้วยความเคารพ
เป็นเรื่องพุทธของธรรมชาติ มีจิตวิญญาณ และภาษาอังกฤษ เมื่อพูดถึงธรรมชาติเรียกว่า
"MOTHER NATURE" พระแม่ธรรมชาติ แม่เป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงสุด
คนที่รักเรามากที่สุด และเราก็รักมากที่สุดก็คือแม่ ถ้าใครนึกถึงแม่ตัวเองจะเกิดความรู้สึกที่ลึกล้ำ
เป็นมิติทางจิตวิญญาณ ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า SPIRITUAL เพราะฉะนั้นอะไรที่สูงส่ง
อะไรที่มีค่าเราจะเรียกว่าแม่ พระแม่ธรณี พระแม่คงคา พระแม่ธรรมชาติ
เราเคารพธรรมชาติเพราะธรรมชาติเป็นแม่ของมนุษย์จริง ๆ จากที่ไม่มีมนุษย์มีธรรมชาติขึ้นมาก่อน
จึงเกิดวิวัฒนาการ เกิดมีมนุษย์ขึ้นก็ถือว่าธรรมชาติเป็นแม่ที่ให้กำเนิดมนุษย์
มนุษย์เท่ากับว่าเป็นลูกของธรรมชาติ ลูกต้องเคารพแม่ เมื่อลูกเคารพแม่ก็จะมีความเจริญ
ลูกที่ไหนไม่เคารพแม่ ทำร้ายแม่ ก็จะไม่มีความเจริญ อันนั้นเป็นมาช้านาน
ตอนหลังมีการเปลี่ยนแปลง
ไม่กี่ร้อยปี ประมาณ 300-400 ปี เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
นำโดยคนยุโรปที่คิดว่าเป็นคนที่เจริญ เมื่อพบวิทยาศาสตร์แทนที่จะเอาวิทยาศาสตร์มาพัฒนาเป็นปัญญา
กลับไปเอาวิทยาศาสตร์ไปสนองความโลภ นี่คือคนยุโรปที่เกิดขึ้น
สร้างอาวุธ สร้างเรือกลไฟ สร้างปืนกล แล้วเอาอันนั้นไปฆ่าฟันผู้คนหมดทุกทวีป
แย่งชิงทรัพยากรเขา ไปฆ่าอินเดียแดง ฆ่าคนเผ่ามายา ออสเตรเลีย
เอาปืนไปล่ายิงเหมือนยิงจิงโจ้ เหมือนไม่ใช่คน ทวีปเขาทั้งทวีป
ที่อินเดียทหารอังกฤษเอาปืนกลยิงคนอินเดียที่ชุมนุม ที่เมืองจีนเอาปืนกลยิงกองพันจีน
กองพันจีนถือง้าว ถือทวน อังกฤษใช้ปืนกล ตายหมดทุกคน เอาฝิ่นให้สูบ
พอเขาไม่สูบเกิดสงครามฝิ่น จีนเลยยึดฮ่องกง นี่เป็นวิธีของคนที่เจิรญหรือเปล่า
นะครับ ไม่ใช่คนที่เจริญเป็นคนที่ย่ำยี เขาพยายามที่จะะผยแพร่อารยธรรมให้ตัวเอง
เป็นคนอารยธรรมโลก คือ เป็นการพัฒนาด้วย "โลภจริต"
เป็น "โลภพัฒนา" ที่จริงเมื่อเราได้ยินคำว่าพัฒนา
เราคิดว่ามันดี ที่จริงมันไม่ดี สิ่งที่ทำด้วยความโลภ อยากจะไปเปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นเงิน
เงินยิ่งใหญ่ ทำลายป่าไม้ ทำลายแหล่งน้ำ ทำลายทุกอย่าง ไปถลุงแร่
ไปขุด ไปทำทุกอย่าง เพื่อจะเปลี่ยนเป็นเงิน แล้วยังจะบอกว่า
"ความโลภเป็นของดี" "GREED IS GOOD"
เขาพูดอย่างนั้นเลย มีจารึกอยู่ เพราะทำให้เจริญ อันนี้ตรงข้ามกับคำสอนของพระพุทธเจ้า
ว่า "โลภะ" ไม่ใช่ของดี โลภะ โทสะ โมหะ เป็นอกุศลมูล
เป็นมูลทางความไม่ดี ความดีคือ อโลภะ อโทสะ อโมหะ แต่ว่าคนตะวันตกได้ชูว่าความโลภเป็นของดี
ต้องพัฒนาให้เกิดความก้าวหน้าเอามาเป็นเงิน แล้วถ้าใครไม่ทำตามนั้น
ก็ใช้วิธีต่าง ๆ 108 เพื่อจูงใจ ตอนนี้ก็ใช้เรื่องการเงิน
กรทอง และก็เป็นการจูงเรื่องการแข่งขันเสรี การค้าเสรี การเปิดตลาดการเงิน
ชูทุกวิธี เมื่อเป็นอย่างนี้โลกทั้งโลกก็เข้าสู่การทำลาย
ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ สังคม ทำลายจิตวิญญาณ ก็เกิดความเครียดทั่วโลก
แม้แต่อเมริกาเอง ภายในโรงเรียนก็ไม่รู้ ว่าจะเกิดการยิงกันที่โรงเรียนหรือเปล่า
ที่ยิงกันเพราะเกิดความเครียด
ยาที่ขายดีที่สุดในโลกขณะนี้
คือ ยาที่เกิดจากความเครียด 3 อย่าง 1.ยากล่อมประสาท 2.
ยาลดความดัน 3 .ยารักษาแผลในกระเพราะอาหาร เพราะฉะนั้นวิถีการพัฒนาแบบนี้ทำให้เกิดความเครียดหมดทั้งโลก
ทั้งโตทั้งเด็ก ทำลายธรรมชาติ ทำลายสังคมความเป็นอยู่ร่วมกัน
ถ้าเกิดฟังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัส
จะเห็นว่าเกิดการทำลายสิ่งแวดล้อมภายในระยะเวลาสั้น จนกระทั่งคิดว่าเราคงไปไม่รอดแล้ว
เพราะทำลายขนาดหนัก ทำลายป่าไม้ ผิวดิน ทำลายอากาศ ทำลายลงไปจนถึงชั้นบรรยากาศ
มีหนังสือเยอะแยะที่ฝรั่งเขียนไว้ว่าธรรมชาติสิ้นสุดแล้ว
"THE END OF NATURE" นี่คือวิกฤตที่เข้าไปสู่การทำลาย
จนกระทั่งคณะกรรมาธิการใหญ่ของ องค์การสหประชาชาติ ที่เรียกว่า
คณะกรรมาธิการเรื่องการพัฒนาและสิ่งแวดล้อม ได้พูดถึงอนาคตของเราร่วมกัน
เป็นหนังสือที่ขายดีมากทั่วโลก ทำลายป่าไม้ ทำลายแหล่งน้ำ
ทำลายผิวดิน เกิดมลพิษในอากาศ ในดิน ในน้ำต่าง ๆ ทั่วไปหมด
ในประเทศไทยเองก็เช่นเดียวกัน
เราทำลายป่าไม้ลงไปในระยะเวลา 40 ปี สี่สิบปีสั้นนิดเดียวนะครับ
ป่าไม้อยู่มาตั้งแต่มีโลก เป็นพันล้านปี ธรรมชาติอยู่มาเป็นพันล้านปี
แต่ประเทศไทยใช้เวลา 40 ปี ในการพัฒนาสมัยใหม่ ทำลายป่าไม้ที่เคยมีอยู่กว่า
220 ล้านไร่ หรือกว่า 60 % ของเนื้อที่ ตอนนี้เหลือไม่ถึง
80 ล้านไร่ เหลือไม่ถึง 20 % ของพื้นที่ ภายในระยะเวลา 40
ปีเอง
ท่านที่เคารพครับ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
ที่อำเภอร่อนพิบูลย์ชาวบ้านเป็นพิษจากสารหนูทั้งอำเภอ เรียกว่า
"ไข้ดำ" สารหนูในวงการแพทย์เป็นเรื่องร้ายแรงมาก
แล้วคนทั้งอำเภอได้รับพิษจากสารหนู เพราะกินน้ำที่สูบขึ้นมาจากใต้ดิน
และในน้ำมีสารหนูจากการทำเหมืองแร่ที่นั่น แร่เวลาที่อยู่ตามธรรมชาติมันไม่เป็นพิษ
เพราะมันอยู่ในรูปธรรมชาติของมัน แต่พอไปสกัดมันเอากรด ด่างไปใส่
เพื่อจะสกัดออก ตัวที่ออกมาเป็นพิษเพราะสารหนูเข้าไป ก็มีการไปวิจัยพูดถึงตั้งนาน
โครงสร้างของมันจะทำให้แก้ปัญหาไม่ได้ หมอไปวิจัยมาก เราเดือดร้อนมากเรื่อง
"ไข้ดำ" ที่ร่อนพิบูลย์ พอไปพูดอะไรเข้าไม่มีใครทำอะไร
ผู้ว่าราชการจังหวัดบอกอย่าพูดเรื่องนี้มาก เพราะว่าอำเภอร่อนพิบูลย์ส่งผักไปขายที่อื่น
ๆ หากผักได้น้ำมาจากที่ที่มีสารหนูเดี๋ยวผักขายไม่ได้ เป็นการเชื่อมทางเศรษฐกิจ
เรื่องค้าขาย ไอ้คนที่มันกิจได้สารหนูช่างมัน ขอให้เราขายได้
เพราะฉะนั้นอย่าอย่าพูดว่ามีสารหนู เพราะกระทบเศรษกิจ เอาเรื่องเศรษกิจแบบค้ากำไรเป็นตัวตั้งพอเจอก็พูดไม่ได้
ที่แม่น้ำตาปีไปตรวจเจอตะกั่วสูง
เข้าไปในปลา ในกุ้ง ตรวจไปตรวจมาไปเจอจากเหมืองแร่ที่อยู่ในที่สูง
คนกินเข้าไปก็ได้รับพิษภัย เราเป็นหมอเรารู้ ถ้าเอาเม็ดเลือดไปตรวจดู
เลือดมีลักษณะตะปุ่มตะป่ำ แสดงว่ามีสารตะกั่วในเลือด นอกจากนั้นเป็นพิษภัยอื่น
เข้าสู่สมอง สมองก็จะเสื่อม ต่อไปก็จะเป็นการพิการเกิดขึ้น
เช่นเดียวกันเขาบอกว่าพูดไม่ได้ กระทบด้านเศรษฐกิจ เพราะต้องขายปลา
ดังนั้น เวลาที่ดูเรื่องพวกนี้ต้องดูที่โครงสร้างที่มันเชื่อมโยงกัน
โครงสร้างที่ทำร้ายประชาชนแต่พูดไม่ได้ คนพวกนึงได้ประโยชน์
พวกนึงเสียประโยชน์ เข้าไปสู่โครงสร้างแห่งการทำร้ายคน เป็นกระแสลบ
เป็นเกราะที่มุ่งไปทางนั้น เป็นการทำกำไรให้มาก แล้วก็เชื่อมโยงเข้ามาในประเทศเรา
การทำธุรกิจก็เป็นโครงสร้างที่เชื่อมโยงกับกระแสโลก วิชาการส่วนใหญ่ก็จะเชื่อมโยงอย่างนั้น
นั่นเป็นพลังมโหฬารที่เข้าไปสู่การทำลาย เป็นโครงสร้างอันใหญ่ทะมึน
1. คือโครงสร้างวิธีคิด 2. โครงสร้างผลประโยชน์ที่เชื่อมโยงกัน
ครอบงำคนหมดทั้งโลก ให้คิดไปหมด ตัวรัฐ กลไกของรัฐ ธุรกิจ
กับวิชาการ เป็นส่วนใหญ่ ก็เป็นโครงสร้างที่อยู่ในโครงสร้างอนาคตนะครับ
ก็เกิดการทำลายอย่างที่ว่า
อย่างที่ว่า ได้มาที่คลิตี้จากการศึกษา
จากข้อมูลก็ชัดเจนว่า มีการทำเหมืองปล่อยตะกั่วลงในห้วย
ระดับตะกั่วก็สูงเหลือกำลัง ทั้งแม่น้ำ ทั้งที่เข้าไปสู่ในตัวคน
คือไม่ต้องไปวิจัยอะไรอีกแล้วว่ามันจะทำให้เกิดอะไรบ้าง
ควรจะนำไปสู่ที่ว่าจะแก้ปัญหาขั้นตอนนี้อย่างไร อาจจะมีการวิจัยเพิ่มอีก
ทำให้กระทบอีก 10- 20 ปี เพราะตะกั่วนั้นเป็นที่รู้ดีอยู่แล้ว
ถ้าเข้าในตัวคนจะเป็นอันตราย 100 % แล้วก็เข้ามากขึ้นเรื่อย
ๆ ในรูปที่แสดงไว้ ผู้หญิงที่เข้าไปอยู่ที่นั่นเพียงปีเดียว
ระดับตะกั่วในเลือดก็ขึ้นตั้งเยอะแยะ มันรุนแรงมากที่นั่น
แล้วก็ควายก็ตาย อย่างของผู้ใหญ่บ้านก็ตายเกือบหมด ควายก็ตาย
ผู้คนก็เจ็บแล้วก็ล้มตาย ที่ยังไม่ตายก็ได้รับพิษภัย
ชีวิตของคนคนหนึ่ง ถ้าเราคิดว่าชีวิตแต่ละคนมีคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นคน
คนคนหนึ่งเนี่ยถามว่ามีค่าเท่าไหร่ ตีราคาออกมาไม่ได้ เพราะคุณค่าความเป็นคน
ดังนั้นเมื่อทุกคนได้รับผลกระทบอย่างนี้ ความเสียหายร้ายแรง
แล้วก็รู้กันมาตั้งนาน ทางสาธารณสุขได้มาตรวจ สิ่งแวดล้อมก็รู้เรื่องดี
แต่ไม่มีการแก้ไข อันนี้จำเป็นต้องดูว่าทำไมถึงไม่แก้ไข
ต้องมุ่งไปที่กลไกในการแก้ปัญหา มากกว่าการมุ่งตรวจเฉย ๆ
ตรวจไปเรื่อย ตรวจจนรู้ว่ามีคนเจ็บ คนป่วย แต่ไม่รักษา ไม่ทำอะไรเลย
ใช้ไม่ได้ ต้องมาดูว่าทำไมและทำอย่างไร บางเรื่องต้องเป็นเรื่องกฏหมาย
ท่านวุฒิสมาชิกก็นั่งอยู่ที่นี่ ผมขอเสนอ 6 ข้อ เกี่ยวกับการแก้ปัญหานี้
1.ผู้เกี่ยวข้อง คือ บริษัทที่ทำแร่
กับรัฐที่รับผิดชอบ ควรจะมีความละอายต่อบาป ที่ทำร้ายธรรมชาติ
ทำร้ายชาวบ้าน แล้วต้องรับผิด และรับผิดชอบ ต้องละอายต่อบาป
เพราะรัฐมีหน้าที่คุ้มครองประชาชน และจะพูดต่อไปว่าต้องทำอย่างไร
2.เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ที่ชาวบ้านกำลังได้รับผลร้ายอยู่
2.1 ต้องมีการรักษาและชดเชยผู้เสียหายทุกคน
ต้องรักษาฟรี ชาวบ้านจนอยู่แล้วจะมาเสียเงิน เสียทองทำไม
ต้องมียาที่จะเอาตะกั่วออกจากร่างกาย ต้องตรวจหมดทุกคน ใครตะกั่วสูงต้องกินยาที่เอาตะกั่วออกจากร่างกาย
แล้วรับกับบริษัทที่ทำตะกั่วต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ที่จริงค่าเสียหายตรงนี้ถ้าเป็นในสหรัฐอเมริกา
ผมไม่ทราบว่าจะเป็นเงินเท่าไหร่ ขณะนี้มีการฟ้องร้องบริษัทที่ทำบุหรี่ที่คนสูบ
แล้วเป็นมะเร็งปอด ที่มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเป็นแสนล้านดอลลาร์
บริษัทต้องชดเชยเงินให้ผู้ป่วย ผมคิดว่าความเสียหายที่ต้องชอเชยให้ชาวบ้าน
คิดว่าเป็นพันล้านบาท ที่จริงแล้วตีเท่าไหร่คงจะไม่คุ้ม
ค่าชีวิตคนตีเป็นเงินคงไม่ได้ แต่ว่าต้องประเมินให้มาก ใครทำผิดต่อชีวิตคนอื่นต้องล้มละลายในเรื่องนั้น
ในประเทศจีนมีร้านอาหารที่คนไปกินอาหารแล้วท้องร่วง รัฐบาลสั่งปิดร้านอาหารและรอลงโทษเพิ่มขึ้น
2.2 ต้องหยุดส่งตะกั่วลงลำห้วยโดยสิ้นเชิง
และต้องยุติการที่ตะกั่วจะไหลลงห้วยต่อไป
2.3 ต้องมีแหล่งน้ำที่ปราศจากตะกั่ว
สำหรับชาวบ้าน อันนี้ในแง่เทคนิคมันจะมาจากไหนก็ต้องคิด
จะต้องต่อน้ำมาจากที่อื่น แต่ไม่ใช่การย้ายชาวบ้านออกจากที่นั่น
มีคนไปรบกวนแล้วชาวบ้านต้องย้ายออก เป็นวิธีคิดที่ผิด บรรพบุรุษเขาอยู่ที่นั่น
ฝังที่นั่น เผาที่นั่น จิตวิญญาณเขาอยู่ที่นั่น แล้วคุณมาทำให้เขาอยู่ไม่ได้
แล้วบอกย้ายคนออก มันง่ายเกิน ต้องมีแหล่งน้ำว่าจะต้องต่อจากที่ใด
2.4 ตะกอน
ตะกั่วที่อยู่ในลำห้วย ประมาณ 14,000 ตันต้องเอาขึ้น ในระยะไกล
หาทางทำให้ตรงบริเวรนั้นกลับคืนสู่สภาพปรกติ ที่จะปล่อยน้ำลง
ให้น้ำไหลมาลงเขื่อนศรีนครินทร์ ลงมาเป็นแม่น้ำแม่กลอง คงต้องเอาตะกอนขึ้นแล้ว
จะไปทำวิธีการใดก็แล้วแต่ แต่อย่าให้ปนในธรรมชาติ เป็นเรื่องของเทคโนโลยี
แต่ต้องทำ ให้ลำห้วยนี้ปราศจากตะกั่วให้ได้ในอนาคต
3. เป็นประเด็นทางกฏหมาย
สภาทนายความต้องเข้ามา ต้องคิดต่อไปอย่าพูดคุยเฉพาะในหมู่เรา
สภาทนายความจะต้องเข้ามาเกี่ยวเรื่องการฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหายชดเชย
เป็นพันล้านบาท ไม่อย่างนั้นคนไม่เกี่ยว ทำอะไรก็ได้ บ้านเรากฏหมายไม่เข้าข้างคนจน
เข้าข้างคนรวย ต้องแก้ไขกฏหมาย ผมปลุกระดมอยู่หลายปี ต้องปฏิรูปกฏหมาย
กฏหมายเป็นเครื่องมือที่ก่อความทุกข์ยาก ก่อความทำลายมโหฬารในเรื่องต่าง
ๆ เมื่อ 2507 ออกกฏหมายป่าสงวนให้อำนาจรัฐ พอขีดตรงไหนเป็นป่าสงวนตรงนั้นก็เป็น
ชาวบ้าน 10 ล้านคนที่อยู่ตรงนั้น กลายเป็นผู้ผิดกฏหมายทันที
พระเจ้าอยู่หัว ฯ รับสั่งเรื่องนี้หลายครั้ง บัดนี้ยังไม่แก้
ทำให้เกิดความขัดแย้งเลือดตกยางออก
ขณะที่ประเทศไทยเป็นเผด็จการโดยรัฐ หากถือว่ากฏหมายคือเครื่องมือของรัฐ
มันจึงรุนแรงมาก ตัวอำนาจรัฐไม่สามารถรักษาทรัพยากรสมบัติของชาติ
และไม่สามารถคุ้มครองประชาชน เราจะต้องมีเครื่องมือ สร้างเครื่องมือ
4. เสนอให้ทำพิพิธภัณฑ์ที่หมู่บ้านคลิตี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้คนมาเที่ยวจะได้เรียนรู้
คนในกรุงเทพ ฯไม่รู้เรื่องหรอก เพราะชีวิตมันแยกกัน น้ำสำหรับคนกรุงเทพมาจากก็อกน้ำ
ไม่ได้เห็นเชื่อมโยงไปหมด ว่าต้นน้ำลำธารมันมาอย่างไร คนต้นน้ำเป็นยังไง
เพราะว่าเดี๋ยวนี้เราเรียนรู้ เพื่อเห็นซาก เห็นเป็นท่อน
ๆ เขาจะไม่รู้เรื่องกัน และการศึกษาแบบนี้ เป็นการศึกษาที่ทำลายแผ่นดินไทย
เพราะศึกษาแล้วคนไทยไม่เข้าใจแผ่นดินไทย เพราะการศึกษาเน้นให้ท่องหนังสือ
จึงท่องกันทั้งประเทศ เน้นวิชาเป็นตัวตั้ง ไม่ได้เน้นความจริงของแผ่นดิน
การจะแก้ปัญหาอะไรได้ต้วรู้ความจริง ถ้าไม่รู้ความจริงคงแก้ไม่ได้
เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ควรทำพิพิธภัณฑ์ช่วยกันทำเลย โฆษณาประชาสัมพันธ์
รัฐควรจะเข้ามาช่วยสนับสนุน ใช้สื่อของรัฐโฆษณา เป็นแหล่งที่ทำให้คนเรียนรู้เรื่องพิษภัยของตะกั่ว
เป็นพิพิธภัณฑ์ตะกั่วแห่งบ้านคลิตี้ แล้วพวกเราชาวเมืองกาญจน์ไปติดป้ายเลย
ให้รถที่เข้ามเที่ยวเมืองกาญจน์รู้ ไปชมพิพิธภัณฑ์ตะกั่วที่บ้านคลิตี้
ให้คนได้ไปเรียนรู้ การที่ให้คนได้ไปเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญ
เพราะคนไม่รู้จักแผ่นดินไทย ผมพูดเรื่อยว่าคนที่ไม่รู้จักแผ่นดินไทย
แต่มีอำนาจในการกำหนดทิศทางของประเทศ มี 5 ประเภทด้วยกันคือ
1. นักการเมือง 2. ข้าราชการ 3. อาจารย์มหาวิทยาลัย 4. นักธุรกิจการเงิน
5. สื่อมวลชน
สร้างพิพิธภัณฑ์ ทำเป็นธุริกจของชาวบ้าน ทำอะไรขายก็แล้วแต่
คนก็อยากจะมาดูวัฒนธรรมของกระเหรี่ยงว่าแต่งตัวอย่างไร เป็นอยู่อย่างไร
คนจนต้องอาศัยวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือต่อสู้ คนคลิตี้ก็ควรทำแบบนั้น
วัตถุประสงค์ คือ เพื่อเศรษฐกิจของชาวบ้าน และ ให้คนได้มาเรียนรู้พิษภัยของตะกั่ว
5.ต้องสร้างระบบคุ้มครองประชาชน อย่างที่เป็นประจักษ์แน่ชัดแล้วว่า
ลำพังระบบราชการและระบบการเมือง ไม่สามารถแก้ปัญหาประเทศได้
ไม่มีพลัง ปัญหาประเทศนั้นซับซ้อน รุนแรง ลำพังระบบราชการกับการเมืองที่คร่อมกันอยู่
ไม่มีพลัง อยากทำก็ทำ ไม่ทำก็ไม่มีใครว่าอะไร ตามกฏหมายเมื่อใช้ระบบแบบนี้มาปลาก็หมด
อะไรก็หมด คุ้มครองความปลอดภัยประชาชนไม่ได้เลย ที่พูดมาไม่ใช่ว่าจะไม่ใช้ระบบรัฐ
แต่ระบบรัฐอย่างเดียว ไม่พอ
ดังนั้นที่กาญจนบุรี ควรจะมีสภาฯ ก่อตัวกันขึ้นจะเรียกชื่อว่าสภาคุ้มครองประชาชน
หรือจะเป็นสภาเศรษฐกิจและสังคมจังหวัดกาญจนบุรี ก่อตัวกันขึ้น
ประกอบด้วย ชาวบ้าน เอ็นจีโอ นักวิชการ ทนายความมารวมตัวกัน
เพราะเรารู้ว่าเราพึ่งข้าราชการไม่ได้ เขาไม่ใช่คนเมืองกาญจน์เขาโฉบมา
เดี๋ยวเขาก็ถูกย้ายไป แต่ชาวเมืองกาญจน์อยู่ที่นี่ ใครจะว่าอย่างไรก็ต้องอดทน
คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีแต่นักการเมืองกับข้าราชการ
แล้วจะไปรักษาสภาพแวดล้อมได้อย่างไร เพราะอำนาจนักการเมืองกับอำนาจรัฐ
คือตัวทำลายสิ่งแวดล้อม จำเป็นต้องมีโครงสร้างใหม่ เพราะโครงสร้างเดิมทำงานไม่ได้แล้ว
ต้องจัดโครงสร้างทั้งในระดับท้องถิ่น และระดับชาติให้ได้
ซึ่งเป็นโครงสร้างใหม่ที่จะดูแลได้จริง ๆ กลุ่มอนุรักษ์ต่าง
ๆ ที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นต้องมีเงินอุดหนุน
ประเทศไทยต้องมีอธิปไตยของชาติกำหนดอนาคตของเราเอง เราเดินทางนี้ไม่ได้แอนตี้ต่างชาติ
แต่เราต้องกำหนดอนาคตตัวเอง และมีการสัมพันธ์กันได้อย่างดุลยภาพ
6. ต้องช่วยกันสร้างโครงสร้างการแก้ไขปัญหา อย่าเพียงแต่การเรียกร้อง
|